วันจันทร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2556


จบแล้วเลือกทำงานอะไรดี?? คำถามและอนาคตของเด็กจบ IT
 "เรียนจบสายไอทีแล้ว จะไปทำงานอะไรได้บ้าง"ยังเป็นคำถามที่ค้างคาใจน้องๆ หลายคนที่กำลังใกล้จบและน้องๆ ที่พึ่งเป็นบัณฑิตป้ายแดงหมาดๆ  ด้วยเนื้อหาวิชาที่เรียนกันตลาดทั้ง 4 ปีของการเป็นนักศึกษาในรั้วมหาลัยมีชั่งกว้างขวางมากเหลือเกิน จนหลายคนเลือกไม่ถูกว่าตัวเองนั้นจะไปทางไหนดี (ปวดหัวแทน อิอิ) วันนี้เราจึ่งอยากจะแนะนำงานไอทีที่น่าสนใจมาฝาก เผื่อน้องๆที่กำลังเรียนสาขานี้และท่านบัณฑิตใหม่ป้านแดงได้เลือกและตัดสินใจกันว่าเราเหมาะสมกับงานด้านไหนกัน


    1. โปรแกรมเมอร์ (Programmer) 
ร้อยทั้งร้อยเลยว่าโปรแกรมเมอร์เป็นงานในฝันของใครหลายคน การจะเป็นโปรแกรมเมอร์ไม่ใช้แค่ต้องเก่งอย่างเดียว แต่ต้องหมั่นศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้ตนเอากลายเป็นโปรแกรมเมอร์หลงยุค ที่กำลังกลายเป็นวัตถุโบราณ เอิ๊กๆ ใครที่อยากเป็นโปรแกรมเมอร์ควรมีภาษาที่คิดว่าเราถนัดเอาไว้เป็นอาวุธคู่กายสักภาษา เช่น ภาษาJAVA, C++,C#, PHP,ASP, ฯลฯ (มันเยอะเหลือเกิน เอาเป็นว่าเอาสักภาษาให้เทพละกันน่ะ เอิ๊กๆ ) และควรเก็บผลงานที่เคยทำไว้ตั้งแต่ชาติปางก่อน(เฮ้ย! ไม่ใช่ ชาตินี้แหละ)มานำเสนอด้วย อย่าลืนน่ะครับ คนที่ต้องการงานในสายงานนี้ต้องชอบเขียนโปรแกรมและพัฒนาโปรแกรม มีแนวคิด ไอเดียใหม่ๆ อยู่เสมอ  
     
    2. ผู้ดูแลระบบสารสนเทศ (Administrator) ตำแหน่ง ผู้ดูแลระบบอาจมีชื่อเรียกหลายอย่าง เช่น อาจเรียกเป็นฝ่ายซัปพอร์ต ฯลฯ งานในตำแหน่งผู้ดูแลระบบอาจไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับนโยบายขององค์กร บางบริษัทอาจหมายรวมถึงการซ่อมพรินเตอร์ ซ่อมสแกนเนอร์ ลงโอเอส ลงไดรเวอร์ แต่บางบริษัทก็อาจเป็นงานดูแลเซิร์ฟเวอร์ ทำแบ็คอัปข้อมูลโดยเฉพาะ คนที่อยู่ในสายงานนี้ต้องเตรียมตัวรับมือภัยคุกคามไว้เสมอ เพราะจะต้องวิ่งวุ่นหาทางแก้ไขจนกว่าจะสำเร็จ
 
    3. นักวิเคราะห์และออกแบบระบบ (System Analyst)
 รูป แบบงานของนักวิเคราะห์และออกแบบระบบคือการศึกษา เก็บรวบรวมข้อมูลความต้องการของลูกค้า และนำมาพัฒนาเป็นฐานข้อมูล ระบบงานขององค์กรโดยรวม นอกจากนั้น ฝ่ายวิเคราะห์และออกแบบจะต้องมีสายตาที่กว้างไกล และมองไปถึงอนาคต เพื่อที่จะได้นำมาปรับปรุงองค์กรให้พร้อมในทุกๆ ด้าน

   4. นักข่าวสายไอที
 ใคร คิดจะมาทำอาชีพนี้ต้องทำใจหน่อย เพราะว่ารายได้-เงินเดือนอาจไม่เท่าเพื่อนๆ ที่ทำงานตามสายที่เรียนมา ข้อแนะนำคือถ้ามาทำสายนักข่าวก็ต้องมีพื้นความรู้ด้านไอทีที่ดีพอสมควร และควรขยันอ่านหนังสือพิมพ์ให้มากๆ จะได้เรียนรู้สำนวน ภาษาของนักข่าวคนอื่นๆ ว่าเขาเขียนกันอย่างไร จะได้สู้เขาไดเนื้องานจะเน้นที่การเขียนข่าว ทำข่าวเป็นหลัก และด้วยรูปแบบงานจะช่วยให้เราได้เปิดโลกทัศน์ตลอดเวลา แต่น้องๆ ที่จะก้าวสู่งานนี้ควรมีมนุษยสัมพันธ์ดี บางคนที่ไอทีจ๋า และพูดภาษาธรรมดาไม่ค่อยได้ก็อาจต้องฝึกฝนตัวเอง เพราะจะทำให้สื่อสารกับคนอื่นได้ยาก นอกจากนั้นก็ต้องไม่ขี้เกียจหรือกินแรงคนอื่นด้วยนะ

   5. บรรณาธิการนิตยสารไอที 
ปัจจุบัน หนังสือนิตยสารไอทีผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด ไม่แปลกหากคนไอทีจะก้าวมาทำงานในฐานะบรรณาธิการ เขียนบทความ ฯลฯ ที่สำคัญ งานนี้ก็ได้ใช้ความรู้ความสามารถอย่างเต็มที่ไม่แพ้งานอื่นๆ เช่นกัน รูปแบบการทำงานนิตยสารไอทีมักเป็นการเขียนบทความ ทดสอบผลิตภัณฑ์ สัมภาษณ์ผู้บริหารบริษัทต่างๆ โดยในแต่ละเล่มมักมีธีมประจำเล่ม ว่าเดือนนี้จะมีเรื่องใดเป็นเรื่องหลักของเล่ม เพื่อดึงดูดใจผู้ซื้อ คนรักงานนี้ต้องเป็นคนหมั่นศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ไม่งั้นแพ้เขาแน่

   6. นักออกแบบเว็บ (Web Designer)
 สำหรับ คนที่รักงานด้านศิลปะ งานออกแบบ และเรียนมาทางด้านไอทีคงรักที่ทำงานร่วมกับโปรแกรมอย่าง Macromedia Dreamweaver, Flash,Photoshop, Illustrator เป็นแน่แท้ แต่แค่นี้ยั้งไม่พอสำหรับเว็บดีไซน์ในปัจจุบัน  ถ้าจะให้ดีต้องศึกษาภาษา CSS  ,jquery สักหน่อย เพื่อเอามาประกอบ ให้เว็บที่สร้างขึ้นดูมีความหลากหลายและสวยงานมากกว่าเดิม สำหรับคนที่ชอบงานด้านนี้ก็หมั่นศึกษาเทคโนโลยี และการออกแบบใหม่ไว้ด้วย เด๊ยวจะตกยุคน่ะ

    7. พนักงานขาย 
การ เป็นพนักงานขายเป็นอีกตำแหน่งหนึ่งที่น่าสนใจ ปัจจุบันมีงานขายหลายประเภทที่ต้องการผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคเป็น ผู้อธิบาย เพื่อจะได้สร้างความน่าเชื่อถือให้ลูกค้า เช่น เซิร์ฟเวอร์, โซลูชันไอที, ระบบซีเคียวริตี้, อุปกรณ์เน็ตเวิร์ก คนขายที่ดีควรจะเจรจาเก่ง มีวาทศิลป์ มีความสามารถในการโน้มน้าวจิตใจผู้ฟังได้ดี

   8. คุณครูสอนวิชาคอมพิวเตอร์
 โลก แห่งการศึกษาเปิดกว้างออกอย่างนี้ วิชาคอมพิวเตอร์ก็เป็นศาสตร์แขนงหนึ่งที่คนทุกรุ่นนิยมเรียน ไม่ว่าจะเป็นเด็กประถม วัยเริ่มต้นทำงาน วัยกลางคน หรือคุณตาคุณยายที่มาเรียนยามว่าง ถ้าเป็นคนชอบการถ่ายทอด และสามารถสอนได้ดี ก็ยิ่งช่วยให้เส้นทางสายนี้ก้าวไปได้ไกลมากขึ้นเชื่อ ว่าน้องๆ หลายคนอาจมีความชอบในใจเป็นทุนอยู่แล้ว ลองหาธุรกิจที่เหมาะสมกับใจของเราดู เพื่อที่จะได้ทำงานในสาขาอาชีพนั้นอย่างมีความสุข

   9. ฟรีแลนซ์ อาชีพอิสระด้าน 
การเขียนโปรแกรม การเขียนเว็บและออกแบบเว็บ หรือพวกซ่อมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่างๆ บอกได้เลยว่าถ้าเราเทพจริงๆ ไม่ง้อองค์กร ไม่อยากเป็นมนุษย์เงินเดือน ก็ไปเป็นฟรีแลนซ์ รับงานต่างๆ ได้เลย เพราะบอกคนเลิกจากงานประจำและมาเป็นฟรีแลนซ์ ก็มีมากมาย ค่าตอบแทนก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเอง ถ้าขยันก็ได้เยอะ ขี้เกียจก็อดตาย (อุ๊ยไม่ใช้)  ได้แต่ได้น้อย เอิ๊กๆ 

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ติดตามเรา